นโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัท ยูนิ ทรินิตี้ จำกัด

วันที่มีผลบังคับใช้: 19 ตุลาคม 2569
ปรับปรุงล่าสุด: 19 ตุลาคม 2569

1. บทนำ

บริษัท ยูนิ ทรินิตี้ จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

นโยบายฉบับนี้อธิบายถึงวิธีการที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ ติดต่อบริษัท กรอกแบบฟอร์มสอบถามข้อมูล ติดต่อสื่อสารกับพนักงาน หรือดำเนินธุรกรรมทางธุรกิจกับบริษัท

บริษัทดำเนินธุรกิจปรับปรุงคุณภาพข้าวและส่งออกข้าว โดยมีลูกค้าและคู่ค้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

นโยบายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงแนวทางการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ทั้งนี้ การประมวลผลแต่ละประเภทจะดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้น

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามลักษณะการติดต่อและการดำเนินธุรกิจ ดังต่อไปนี้

2.1 ข้อมูลจากแบบฟอร์มบนเว็บไซต์

เมื่อท่านกรอกแบบฟอร์มติดต่อหรือส่งคำถามผ่านเว็บไซต์ บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่

ท่านควรให้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อการติดต่อและสอบถามข้อมูลทางธุรกิจ และไม่ควรส่งข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวผ่านแบบฟอร์ม เว้นแต่มีความจำเป็นและบริษัทได้ร้องขอข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ

ข้อมูลที่ส่งผ่านแบบฟอร์มติดต่อบนเว็บไซต์จะถูกส่งไปยังอีเมล info@unitrinity.co.th เพื่อให้บริษัทพิจารณาคำถามและติดต่อกลับ

หากท่านไม่ให้ข้อมูลที่จำเป็น บริษัทอาจไม่สามารถตอบคำถามหรือติดต่อกลับตามที่ท่านร้องขอได้

2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากแหล่งข้อมูลอื่น

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเป้าหมาย ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย คู่ค้า และผู้ติดต่อทางธุรกิจจากแหล่งข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือจากบุคคลและองค์กรภายนอก เช่น

ข้อมูลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม ได้แก่ ชื่อและนามสกุล ชื่อบริษัท ตำแหน่งงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ ที่อยู่อีเมลทางธุรกิจ หมายเลขโทรศัพท์ทางธุรกิจ ประเทศที่ดำเนินธุรกิจ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อทางธุรกิจ

บริษัทอาจได้รับข้อมูลจากแหล่งข้อมูลภายนอกที่น่าเชื่อถือ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ไว้แก่บริษัท หรือข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน

ในกรณีที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดให้เจ้าของข้อมูลต้องให้ความยินยอมหรืออนุญาตแก่บุคคลภายนอกก่อนเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท บริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดดังกล่าว

2.3 ข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลจากบริการภายนอก

เมื่อท่านเข้าชมเว็บไซต์ ระบบเว็บไซต์หรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องอาจประมวลผลข้อมูลทางเทคนิคบางประเภท เช่น หมายเลข IP ข้อมูลเบราว์เซอร์ วันและเวลาที่เข้าถึงเว็บไซต์ และข้อมูลบันทึกการทำงานของระบบ เพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างเหมาะสมและเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบ

เว็บไซต์มีการฝังวิดีโอจาก YouTube และแผนที่จาก Google Maps ซึ่งเป็นบริการของบุคคลภายนอก บริการเหล่านี้อาจประมวลผลข้อมูลทางเทคนิคหรือใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตามการตั้งค่าและเงื่อนไขของผู้ให้บริการแต่ละราย

บริษัทไม่ได้มีวัตถุประสงค์ใช้คุกกี้เพื่อการโฆษณาติดตามพฤติกรรมข้ามเว็บไซต์ อย่างไรก็ตาม บริษัทจะตรวจสอบการทำงานจริงของเว็บไซต์และบริการที่เชื่อมต่อ เพื่อให้การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับคุกกี้และเทคโนโลยีติดตามสอดคล้องกับการใช้งานจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

3. วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  1. เพื่อตอบคำถามและติดต่อกลับผู้ที่ส่งข้อมูลผ่านเว็บไซต์หรือช่องทางอื่น
  2. เพื่อติดต่อสื่อสารกับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าเป้าหมายเกี่ยวกับสินค้า รายละเอียดผลิตภัณฑ์ ราคา ใบเสนอราคา ตัวอย่างสินค้า และโอกาสทางธุรกิจ
  3. เพื่อแนะนำสินค้าและความสามารถด้านการผลิตและส่งออกของบริษัทแก่ลูกค้าเป้าหมาย เมื่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาต
  4. เพื่อจัดทำใบเสนอราคา เจรจาและดำเนินการตามสัญญา รับคำสั่งซื้อ และบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า
  5. เพื่อประสานงานเกี่ยวกับการเตรียมสินค้า การบรรจุ การส่งออก เอกสารการส่งออก และการจัดส่งสินค้า
  6. เพื่อประสานงานกับผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ให้บริการขนส่ง ตัวแทนออกของ ผู้ขาย และคู่ค้าที่เกี่ยวข้อง
  7. เพื่อจัดเก็บเอกสารทางธุรกิจและปฏิบัติตามกฎหมายด้านบัญชี ภาษี ศุลกากร และข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  8. เพื่อรักษาความปลอดภัยของบริษัทและระบบสารสนเทศ รวมถึงป้องกันการทุจริตหรือการใช้ข้อมูลโดยมิชอบ
  9. เพื่อก่อตั้ง ใช้สิทธิ หรือปกป้องสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายตามความจำเป็น

บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและภายใต้ฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ปัจจุบันบริษัทไม่มีการใช้ระบบอัตโนมัติในการตัดสินใจเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากการพิจารณาของบุคคล หากการตัดสินใจดังกล่าวอาจส่งผลทางกฎหมายหรือมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อเจ้าของข้อมูล

4. ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูล

บริษัทอาจอาศัยฐานทางกฎหมายอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามลักษณะการประมวลผลข้อมูล ได้แก่

ฐานทางกฎหมายที่ใช้จริงจะแตกต่างกันไปตามกิจกรรม วัตถุประสงค์ และกฎหมายที่ใช้บังคับ

5. การติดต่อทางอีเมลกับลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ

บริษัทใช้การติดต่อทางอีเมลเป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสารกับลูกค้าและคู่ค้าทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

พนักงานของบริษัทอาจใช้อีเมลสำหรับการทำงานภายใต้โดเมนของบริษัทในการติดต่อกับลูกค้าและคู่ค้า

บริษัทอาจใช้ข้อมูลผู้ติดต่อทางธุรกิจเพื่อวัตถุประสงค์ เช่น

บริษัทจะพิจารณาฐานทางกฎหมายและข้อกำหนดเกี่ยวกับการตลาดทางตรงตามกฎหมายที่ใช้บังคับในประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงประเภทของผู้รับ แหล่งที่มาของข้อมูล และลักษณะของข้อความที่ส่ง

การที่อีเมลถูกเผยแพร่ไว้บนเว็บไซต์หรือเป็นอีเมลของบริษัท ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะสามารถส่งอีเมลเสนอขายสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ในทุกกรณี

ผู้รับสามารถแจ้งความประสงค์ไม่รับอีเมลทางการตลาดได้ โดยตอบกลับอีเมลที่ได้รับ หรือส่งคำขอไปที่ info@unitrinity.co.th

บริษัทจะดำเนินการตามคำขอดังกล่าวตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และอาจเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันการส่งอีเมลทางการตลาดซ้ำไปยังผู้ที่แจ้งปฏิเสธแล้ว

ทั้งนี้ บริษัทอาจยังจำเป็นต้องส่งอีเมลที่ไม่ใช่การตลาด เช่น ข้อความเกี่ยวกับคำสั่งซื้อ สัญญา การจัดส่งสินค้า หรือการดำเนินธุรกิจที่จำเป็น หากกฎหมายอนุญาต

6. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทไม่มีนโยบายขายข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและชอบด้วยกฎหมายให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน เช่น

บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้อง และตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

7. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูล โดยพิจารณาจากประเภทของข้อมูล ลักษณะความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ความจำเป็นในการติดต่อสื่อสาร และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับข้อมูลลูกค้าเป้าหมายที่ยังไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจ บริษัทมีแนวทางเก็บรักษาข้อมูลไม่เกินหนึ่งปี โดยจะพิจารณาทบทวนความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลตามความเหมาะสม

สำหรับข้อมูลลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าที่เคยทำธุรกิจกับบริษัท บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจและความสัมพันธ์ทางการค้า โดยทบทวนความจำเป็นตามประเภทของข้อมูลและวัตถุประสงค์ในการใช้งาน

ข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งซื้อ สัญญา บัญชี ภาษี การส่งออก หรือข้อพิพาท อาจต้องเก็บรักษาตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรือเท่าที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองสิทธิของบริษัทตามกฎหมาย

เมื่อข้อมูลไม่จำเป็นอีกต่อไป บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้อย่างเหมาะสม เว้นแต่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่จำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลต่อ

8. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และจะจัดให้มีมาตรการทางเทคนิคและมาตรการในการบริหารจัดการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเข้าถึง การเปิดเผย การเปลี่ยนแปลง การสูญหาย หรือการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทจะดำเนินการกำหนดมาตรการควบคุมการเข้าถึงข้อมูลและดูแลระบบที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสมกับลักษณะการประมวลผลและความเสี่ยง

อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีการส่งข้อมูลหรือจัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ใดที่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์

9. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดของกฎหมายที่ใช้บังคับ ท่านอาจมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ได้แก่

ท่านอาจมีสิทธิคัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดทางตรงหรือขอให้บริษัทหยุดส่งอีเมลทางการตลาด ทั้งนี้ ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

หากต้องการใช้สิทธิหรือสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อบริษัทได้ที่ info@unitrinity.co.th บริษัทอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเท่าที่จำเป็นเพื่อยืนยันตัวตนหรืออำนาจของผู้ยื่นคำขอ

บริษัทจะพิจารณาและดำเนินการตามคำขอภายในระยะเวลาและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หากไม่สามารถดำเนินการตามคำขอได้ บริษัทจะแจ้งเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนด

10. คุกกี้และเทคโนโลยีติดตาม

เว็บไซต์ของบริษัทไม่ได้มีวัตถุประสงค์ใช้คุกกี้เพื่อการโฆษณาติดตามพฤติกรรมข้ามเว็บไซต์

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์มีการใช้บริการภายนอก เช่น YouTube และ Google Maps ซึ่งอาจใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องตามการตั้งค่าและเงื่อนไขของผู้ให้บริการ

ระบบเว็บไซต์หรือผู้ให้บริการโฮสต์อาจใช้เทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ หรือประมวลผลข้อมูลทางเทคนิคเพื่อรักษาความปลอดภัยและความเสถียรของระบบ

หากกฎหมายกำหนดให้ต้องแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอความยินยอมก่อนใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีใด บริษัทจะดำเนินการตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

11. ข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก

เว็บไซต์และบริการทางธุรกิจของบริษัทมีวัตถุประสงค์หลักสำหรับองค์กรและผู้ติดต่อทางธุรกิจ

บริษัทไม่ได้มีเจตนาเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กในการดำเนินธุรกิจตามปกติ หากท่านเชื่อว่าเด็กได้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้บริษัท โปรดติดต่อบริษัทเพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการตามความเหมาะสมและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

12. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ ข้อกำหนดทางกฎหมาย หรือแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเผยแพร่นโยบายฉบับปรับปรุงบนเว็บไซต์ พร้อมระบุวันที่ปรับปรุงล่าสุด

13. ช่องทางติดต่อบริษัท

หากท่านมีคำถามเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ ต้องการใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล หรือต้องการแจ้งยกเลิกการรับอีเมลทางการตลาด สามารถติดต่อได้ที่

บริษัท ยูนิ ทรินิตี้ จำกัด
9/9 หมู่ 4 นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย สุวรรณภูมิ
ตำบลคลองสวน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ 10560 ประเทศไทย
อีเมล: info@unitrinity.co.th
โทรศัพท์: +66 2329 9191
เว็บไซต์: www.unitrinity.co.th

ข้อมูลที่ส่งผ่านแบบฟอร์มติดต่อบนเว็บไซต์จะถูกส่งไปยัง info@unitrinity.co.th